อัตตันตรธาน

posted on 31 Oct 2011 22:54 by silent-whispers

อัตตันตรธานดินแดนแห่งตัวตนที่สาปสูญ 

ไร้สิ่งใดส่องสว่างกระจ่างชัด 

วูบวาบเรือนรางได้เพียงพริบตา 

เมื่อสายฟ้าได้ฟาดผ่าร่าระบำกัมปนาท 

บนฟากฟ้าที่ไร้เดือนดาวดวงตะวัน 

 

 

หยาดหยดแห่งสายฝน 

มิเคยเอื้ออาทรความชุ่มชื้นใดในดินแดนนี้ 

ของขวัญจากฟากฟ้ามีเพียง

หิมะแห่งเถ้าถ่านที่ตกลงบนผืนดินที่แตกระแหง

เมื่อหิมะแห่งเถ้าถ่านเหล่านั้นสัมผัสวัตถุใด

ก็จะแหลกสลายเป็นเพียงฝุ่นควัน

 

ความเชื่อ ความหวัง ความสุข ความอบอุ่น

เป็นเพียงเมฆหมอกที่สร้างริ้วรอยในหุบเหวลึก

น่าสมเพชที่มันตกอยู่ในสายทางแห่งสายลม

ความเพียรพยายามก่อรูปคงร่าง

เป็นเพียงความต่อสู่สุดความสามารถที่แสนสูญเปล่า

 

 

ทางเดินเล็กแคบอันขนาบด้วยเหวแห่งความสิ้นหวัง

นำทางสู่ปราสาทสาปสูญ

ปราสาทหลังใหญ่ตั้งตระหง่านบนหน้าผา

ทรุดโทรม ร้านราน มืดทะมึน

น่าอนาถนักที่ฐานของมันกว่าครึ่งถูกกัดกร่อนด้วยสายลม

จนบอกชัดมิได้ว่าหน้าผานั้นเหลือเวลา

ให้ความมั่นคงของมันได้อีกนานเท่าไร

หลังคาทรงแหลมสูงเสียดฟ้า

แต่มิเคยมีผู้ใดแหงนมอง

หน้าตาเกรอะกรังไม่มีแม้สายลมหรือแสงใดรอดผ่าน

ประตูหนาใหญ่ของปราสาทสาปสูญ เย็นยะเยือก

แต่มิเคยต้อนรับ ปลดปล่อย หรือรอคอยผู้ใด

 

 

ทางเดินยาวเบื้องหลังประตูแห่งความไร้ผู้มาเยือน

ทอดเส้นทางยาวที่เคลือบด้วยเกร็ดน้ำแข็ง

หนาวเย็นยะเยือกจับจิตใจเหนือกว่าจะสามารถบรรยายได้

แม้คบเพลิงที่มีเพื่อส่องสว่างระหว่างทาง

ต่างก็ดับแล้วโดยตลอดทางเดิน

น้ำมันเชื้อเพลิงที่พอจะก่อให้บังเกิดความอบอุ่น

ก็จับตัวกลายเป็นน้ำแข็งเป็นเสียสิ้น

 

 

ทางเดินนำไปสู่บันไดกว้างใหญ่

สูงและมืดมิดจนมองไม่เห็นปลายมอง

ผู้ที่รวดร้านรานสลายในหัวใจเท่านั้น

ที่จะล่วงรู้ได้ว่าปลายสุดแห่งบันไดนี้

นำไปสู่บัลลังก์แห่งนิทรานิรันดร์

 

 

มนุษย์ใดกันนั่งพักพิงอยู่บนบัลลังก์นั้น

ซีดเซียว ชืดเย็น นิ่งสงบ

ดูคล้ายว่าเคยมีชีวิตมาก่อน

แต่แท้จริงชีวิตชีวาใด ๆ

ก็มีเคยได้กรายใกล้ร่างอันเย็นเฉียบนี้เลย

 

ผ้าผืนใหญ่พาดพิงหลังเธอ

รัดรึดอย่างผ่อนคลาย

ตรึงเธอในความเดียวดาย

ล่ามเธอไว้ที่หลังของเธอ

ผ้าผืนนั้นตีโอบทาบพัวพัน

เกาะเกี่ยวเหนี่ยงรั้งไปกับโครงของปราสาท

เพื่อตีตราด้วยความโศกเศร้า

ว่าเธอและปราสาทนี้คือสิ่งเดียวกัน

และประกันตัวเธอไว้ว่า

จะไม่สามารถลุกขึ้นหรือหนีไปได้

 

 

เธอผู้นั่งในบัลลังก์แห่งนิทรานิรันดร์

ซึ่งตั้งอยู่ในปราสาทสาปสูญ

ณ ดินแดนอัตตันตรธาน

จิตใจเธอเป็นเช่นใดกัน

ในดินแดนที่มีเพียงเธอเพียงผู้เดียว

ดินแดนนี้ที่แม้มีสัมผัสก็ไร้ความรู้สึก

แม้สิ่งที่มีชีวิตก็ ไร้ชีวิต

แม้สิ่งที่มีหัวใจก็ ไร้หัวใจ

แม้สิ่งที่มีความรัก ก็ไร้รัก

ทำได้แค่...

posted on 13 Oct 2011 02:12 by silent-whispers

ณ เวลานี้

หัวใจของฉันได้แหลกสลายทลายลง

...อย่างสิ้นเชิง

ย่อยยับ แหลกละเอียด

ด้วยฐานโครงสร้างของมันเอง

ก็มิได้เคยแข็งแรงมาก่อน

 

 

ทันใดที่มันทลายลง

ฉันรีบเข้าไปคว้าทุกส่วนทุกชิ้น

ประคับประคองอย่างเบามือ

หัวใจของฉัน ฉันย่อมรัก

 

 

ฉันพยายามซ่อมแซมปรับปรุง

ให้มันใช้การได้อย่างเร็วที่สุด

หยิบซากชิ้นนั้น

คว้าซากชิ้นนี้

พิพิจพิจารณา ใคร่ครวญ

....แล้ววางลง

โดยไม่ได้ต่อมันเข้าด้วยกัน

...สักชิ้นเดียว

 

 

ฉันลืมว่าโครงสร้างเดิมมันเป็นอย่างไร

ฉันจำไม่ได้ว่าหัวใจฉันเคยเป็นอย่างไร

ฉันไม่รู้ว่าจะประกอบมันได้อย่างไร

ฉันไม่เข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร

 

 

ณ เวลานี้ทอดถอนลมหายใจ

สิ่งที่เคยเป็นหัวใจกองนี้

ปล่อยให้ระเกะระกะ รุงรังอย่างนั้น

ปล่อยให้มันแหลกละเอียดอย่างนั้น

ปล่อยให้มันเป็นไปตามผลที่มันควรได้รับ

 

 

ฉันยอมรับกับตัวเองว่า

ตอนนี้ทำได้แค่

…นั่งมองเศษซากของหัวใจตัวเอง

ณ วินาทีนี้ ฉันทำได้ แค่นี้...

นั่งมอง...อย่างเหม่อลอย

นั่งมอง...อย่างยอมรับต่อชะตากรรม

ฉันทำได้แค่ นั่งมอง...

อัตตสงคราม : ความรัก

posted on 28 Sep 2011 14:40 by silent-whispers

นิ่งสนิท ปราศจากการเคลื่อนไหว

ปัญหาคือเพื่อนที่แสนดีที่ไม่เคยทอดทิ้ง

หัวใจและสมองหันหลังชนกัน

ต่อสู้ ต่อต้าน ต้านทาน

บ้างพ่ายแพ้ปราชัย

บ้างรับชัยชนะสง่างาม

บ้างไม่ทั้งแพ้ไม่ทั้งชนะ

 

สมอง...นักรบแห่งเหตุผล

ไร้ความเจ็บปวด ไร้ความรู้สึก

คิด คำนวน ประเมิณ ไตร่ตรอง

หัวใจ...นักรบแห่งอารมณ์

เรียนรู้ทุกสัมผัส รับรู้ทุกความรู้สึก

เข้มแข็ง แกร่งกล้า ได้เท่ากับอ่อนไหวและเปราะบาง

มีหน้าที่เหนือเหตุผล คือ การตัดสินใจ

 

สิ่งใด ๆ ที่เข้ามากระทบ

สมองจะรับแรงปะทะก่อน

แรงกระแทกอันมหาศาล

หาได้ทำให้สิ่งไร้ความรู้สึก...รู้สึกได้

โดยมีหัวใจเป็นพลังอยู่เบื้องหลัง

สมองจะป้องกันทุกอย่าง

ไม่ให้เข้าถึงหัวใจ

หัวใจอันเป็นแหล่งพลังงานมหาศาล

ผลักดันทุกอย่างให้ต่อสู้

แต่โดยตัวเองแล้ว หัวใจนั้นแสนจะเปราะบาง

ทุกสิ่งอย่างแม้ย่อยยับ บุบสลาย

หากหัวใจยังมั่นคง

ก็ยังคงยึดมั่นต่อสู้ ไม่ยอมแพ้

หากยามใดแม้ทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์เพียบพร้อม

แต่หัวใจนั้นแตกสลายเสียแล้ว

ทุกสิ่งอย่างก็ถล่มทลายย่อยยับผุพัง

เหลือแค่เถ้าถ่านที่ทรุดตัวลงเป็นอากาศธาตุ

 

หัวใจ

ครานี้ฉันบ่อนทำลายตัวเองจากภายใน

ไร้อันตรายจากภายนอก

นอกเสียจากตัวฉัน

มันเริ่มต้นที่ตัวฉัน

มอดไหม้แผดเผาภายในฉัน

ทุรนทุราย อย่างทุเรศทุรัง

พร้อมกับเหน็บหนาวเยือกเย็น

สั่นสะท้านด้วยความอ้างว้าง

ความรู้สึกอันใดกัน

ผลาญฉันเป็นเถ้าธุลี

แล้วเอาส่วนที่พอเหลือไปแช่แข็ง

 

 

สมอง

นักรบแห่งอารมณ์เอ๋ย บอกมิตรผู้นี้เถิด

เกิดอะไรกับเธอ

สาเหตุมาจากสิ่งใด

ดำเนินมาอย่างไร

แก้ไขอย่างไร

 

 

หัวใจ

นักรบแห่งตรรกะ มิตรแท้ของฉัน

เธอมิรู้จักสิ่งนี้หรือ

ฉันขอเอ่ยนามว่า ความรัก

 

 

สมอง

สาเหตุ...ดำเนิน...แก้ไข

 

 

หัวใจ

ดูเถิดเธอผู้เป็นนักไตร่ตรอง

สิ่งนี้ไร้สาเหตุ ไร้เหตุผล

ดำเนินไปตามวิถีตนเอง

ซึ่งคาดเดาไม่ได้

แก้ไขไม่ได้

สิ่งนี้เยียวยาได้เท่ากับสังหาร

หวานได้เท่ากับขม

 

 

สมอง

ฉันเป็นผู้ปกป้องเธอ

ฉันเป็นนักรบที่ไร้ความรู้สึก

ทางใดที่ความรักเข้าได้ฉันจะปิด

วิธีใดที่ความรักเข้าได้ฉันจะป้องกัน

ถ้าความรักต้องเข้าถึงเธอ

มันต้องผ่านการพิจารณา ไตร่ตรอง

กีดกัน ป้องกัน และฉันจะทำลายมันลงเสีย

 

 

หัวใจ

โอ้...นักรบผู้ปราศจากความกลัว

จะปิดทางนั้นก็สายเสียแล้ว

ความรักแม้ไม่ใช่สิ่งแหลมคม

แต่ก็ได้ทะลุผ่านเธอเข้ามาด้วยความสงบ

ซึ่งเธอมิอาจตั้งตัวหรือรู้ตัว

รอยการผ่านนั้นเธออาจจะไม่รู้สึก

เพราะว่าเธอไร้ความรู้สึก

หรือเพราะว่าประสิทธิภาพอันมากล้นของเธอนั้น

มิอาจแม้ทำได้แม้แค่การจับสังเกตุ

ความละมุนละไมนั้นแทรกเข้ามา

ร่องรอยนั้นงดงามนัก

แต่ราวกับดาบที่ทะลุผ่านเธอมาถึงฉัน

ปลายดาบนั้นอาบยาพิษ

ซึ่งฉันได้รับมันแล้ว ณ ขณะนี้

 

 

สมอง

นักรบผู้พริ้วไหวเอ๋ย

ฉันต้องปกป้องเธอ

ด้วยว่าเธอเป็นพลังงานอันมหาศาล

มันมีด้วยหรือ สิ่งที่ฉันควบคุมไม่ได้

 

 

หัวใจ

คงมีเพียงสิ่งนี้

ที่เธอป้องกันไม่ได้

และฉันก็ต่อสู้ไม่ได้

ให้ฉันน้อมกายรับความเจ็บปวดนี้เถอะ

ด้วยว่าฉันเป็นจุดเริ่มต้นของมัน

ให้มันจบลงที่ฉัน

ฉันไม่อาจจะสัญญา

ว่าเวลาเยียวยาจะนานเท่าใด

หรือตลอดกาล

แต่จงเข้าใจเถิดว่า

ฉันสมควรได้รับมันอย่างสาสมแล้ว

สาสมกับความที่ทำตัวเหนือเหตุผล

เหนือจริยธรรม เหนือสิ่งที่ผู้อื่นตัดสิน

ฉันเป็นตัวเองมากเกินไป

ใช้ตัวเองมากเกินไป

ฉันไม่สมควรได้รับความรัก

ฉันไม่สมควรมีความรัก

ฉันไม่สมควรได้เรียนรู้สิ่งนี้

ฉันไม่สมควรสร้างความรักขึ้นมา

ในเมื่อฉันไม่สามารถถนุถนอมความรักได้

ให้ฉันตายลงลงเป็นเถ้าถ่านอย่างสงบเถิด

 

 

สมอง

ฉันต้องการเธอ

อยู่กับฉันก่อนเถิดนักรบแห่งอารมณ์

ความฉลาด สติปัญญาจักไร้ค่าหากปราศจากพลังของหัวใจ

สิ่งต่าง ๆ ยังเข้ามาปะทะเราไม่มีที่สิ้นสุด

ฉันต้องการรอยยิ้มยามฝ่าฟันปัญหา

ฉันต้องการเธอ

อยู่กับฉันก่อนเถิด นักรบผู้ทั้งเข้มแข็งและอ่อนไหว

หากปราศจากเธอ ทุกสิ่งอย่างจะถล่มทลายลง

แม้แต่ตัวฉันก็ล้าไร้แรงเรี่ยว ไร้พลังงาน

ฉันต้องการเธอ

อยู่กับฉันก่อนเถิด นักรบผู้พริ้วไหว

ตื่นจากความฝันอันล่มสลายไปนานแสนนานนั้นเถิด

ฟื้นคืนจากความผุพังนั้น

อย่าปล่อยให้ฉันสนทนากับความเงียบสงัดนี้

อย่าทิ้งให้ฉันต้องหมดแรง

อย่าละเลยฉัน

อย่าจางหายไปจากฉัน

สมองที่ไร้หัวใจ

คือชีวิตที่ไร้ชีวิต

แด่ความรัก

posted on 15 Feb 2010 15:54 by silent-whispers

สิ่งที่สร้างความแข็งแกร่งและความอ่อนแอ
สิ่งที่สร้างความหวานได้เท่ากับความขม
สิ่งที่สร้างความกระตือรือร้นได้เท่ากับความอ่อนระโหยโรยแรง
สิ่งที่แทรกซึมอยู่ในมนุษย์ทุกคน
สิ่งที่พันธนาการได้โดยที่ไม่ต้องมัดล่ามร่างกาย

สิ่งที่สถิตย์อยู่ในที่ที่อ่อนนุ่มที่สุดอย่างหัวใจคน
สิ่งเข้าออกหัวใจมนุษย์ได้ โดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว
สิ่งที่ไม่สามารถกักขังได้โดยกาละและเทศะ
กฎหมายและศีลธรรม ประเพณีและเพศ
แต่เมื่อใดที่ต้องการจะจากไป ก็ไร้ซึ่งสิ่งที่สามารถต้านทานขัดขวาง

สิ่งที่สวยงามแม้ไร้สี
สิ่งที่กลมกล่อมแม้ไร้รส
สิ่งที่หอมหวนแม้ไร้กลิ่น
สิ่งที่ไพเราะแม้ไร้เสียง
สิ่งที่ละมุนละไมแม้ไร้การสัมผัส
สิ่งที่ให้ชีวิตแก่สิ่งที่มีชีวิต
และในทางกลับกันก็สามารถทำลายทุกผัสสะ
ให้มอดไหม้เป็นเถ้าธุลี ทำลายชีวิตของสิ่งมีชีวิต

เพียงแค่ละอองอ่อนบางได้ลูบไล้
ก็กลายเป็นมธุรสแห่งชีวิต
ในทางกลับกันก็สามารถเป็นยาพิษ
ที่สังหารได้โดยปราศจากบาดแผล

สิ่งธรรมดาที่บางคนลุ่มหลง
สิ่งธรรมดาที่บางคนโหยหา
สิ่งธรรมดาที่บางคนเกลียดชั
สิ่งธรรมดาที่บางคนไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง

สิ่งเป็นธรรมชาติ
ทั้งที่ธรรมชาติอาจจะไม่ได้ให้มา
และสามารถจากลา
โดยที่ธรรมชาติไม่ได้พรากไป

สิ่งที่อยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน
สร้างวันอันสุขสันต์และคืนอันอบอุ่น
วันอันร้าวรานและคืนอันอ้างว้าง
สิ่งที่อาจจะทำให้คุณยิ้มในเวลาเช้า
แล้วทำให้คุณสะอื้นไห้ในยามดึก
เพียงเพื่อตื่นขึ้นมา ง้องอน
แล้วยิ้มได้อีกครั้ง ในวันถัดมา

สิ่งนี้... คือ...สิ่งที่เรียกว่า
"ความรัก"

กลิ่นของความรัก

posted on 22 Dec 2009 13:41 by silent-whispers

ฉัน...
แปรงฟัน ยาสีฟันนั้น
ทำให้ปากของฉันมีกลิ่น
มินต์

ฉัน...
ล้างมือ เจลที่ล้างมือนั้น
ทำให้มือของฉันมีกลิ่น
ลาเวนเดอร์

ฉัน...
อาบน้ำ ครีมอาบน้ำนั้น
ทำให้ตัวฉันมีกลิ่นที่เขาตั้งชื่อมาว่า
ไวท์ ฟลาเวอร์

ฉัน...
ทาโลชั่น โลชั่นนั้น
มีกลิ่นเดียวกับครีมอาบน้ำ
ไวท์ ฟลาเวอร์

บางวันฉัน...
ก็เปลี่ยนกลิ่นโลชั่น
ตามอารมณ์ที่อยากจะนอนไปพร้อมกับมัน
วอเตอร์ ลิลลี่

ฉัน...
เคลือบริมฝีปาก
เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและกลิ่น
บลูเบอร์รี่

แต่ฉัน...
เข้านอนเพียงคนเดียว
ดื่มด่ำกลิ่นหอมต่าง ๆ เพียงคนเดียว
และเคลือบนัยน์ตาของฉันด้วย
"น้ำตา"

น้ำตาซึ่งปราศจากกลิ่นหอม
แต่เพียงพอที่จะกลบ
ความอิ่มเอมต่อรสหอม
ของนาสิกประสาท

ทั้ง ๆ ที่นอนไปท่ามกลางรสหวานแห่งนาสิก
น้ำตาเอ๋ย
เจ้าเศร้าในหัวใจหรือ
ที่มีเพียงฉันคนเดียวที่ได้กลิ่นมัน

น้ำตาเอ๋ย
เจ้ารู้ความจริงหรือ
ว่าเพียงเธอก้าวเข้ามาในห้อง
กรุ่นกลิ่นใด ๆ ก็ปราศจากความหมาย
ตราบเท่าที่มีสิ่งที่หอมกว่าอย่างเธอ

น้ำตาเอ๋ย
เจ้าสงสารฉันหรือ
ที่คืนนี้ฉันปราศจากหญิงสาวคนนั้น
ผู้โปรยความละมุนละไมและหอมกรุ่นแห่งค่ำคืน

น้ำตาเอ๋ย
เจ้าเข้าใจฉันหรือ
ว่าคืนนี้ฉันโหยหาเธอแค่ไหน
ไออุ่นและกรุ่นกายเธอของ
รสหอมที่นาสิกประสาทก็มิบังอาจเข้าถึง
มีเพียงหัวใจที่รับรสนั้นได้

น้ำตาเอ๋ย
สิ่งนั้น...คือกลิ่นของความรัก
กลิ่นที่ผัสสะใด ๆ มิอาจบังอาจไปสัมผัส
เพียงหัวใจเท่านั้นที่อิ่มเอมอบอุ่น
ความหอมอันแสนละเมียดละไม
ที่ทำให้ความหอมอื่นที่ฉันได้เคลือบร่างกายไว้ในคืนนี้
ถูกลดทอน ให้ด้อยค่าลงไปจนปราศจากความหมาย
เพราะในทุก ๆ ค่ำคืน
กลิ่นของความรักเท่านั้นที่ฉันปรารถนา
และทำให้น้ำตาเจ้ารินไหลในคืนนี้
เพราะฉันโหยหา กลิ่นของความรัก

เลือก...

posted on 07 Nov 2009 19:46 by silent-whispers

"คนที่อยากกินปลาก็ต้องนำปลามาทั้งตัว
พร้อมทั้งครีบและก้าง
แล้วเลือกกินส่วนที่พอใจ
...จงอย่าให้การกลัวความทุกข์
มาขัดขวางการหาความสุข
ซึ่งสัญชาตญาณของเราบอกว่า
เป็นสิ่งที่ถูกต้อง"
ลัทธิจารวาก ได้บรรยายความสุขไว้เช่นนี้

เพราะว่าเราไม่สามารถหาสิ่งใด
ที่มีแต่ "ดี" ด้านเดียว "สุข" ด้านเดียว
ที่ปราศจากด้านตรงข้ามอย่าง "ทุกข์" และ "ไม่ดี"
ไม่มีสิ่งใดที่ "ดีแบบบริสุทธิ์"
และ "สุขแบบบริสุทธิ์"
ฉะนั้น สิ่งที่เราทำได้ คือ เลือก
เลือกที่จะเจาะจง มอง และสัมผัสในแง่ดี
ไม่อยากให้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
ที่ฉันอาจจะไม่พอใจ หรือ ต้องคิดมาก
มาขัดขวางการมีความสุข
ที่สัญชาตญาณบอกว่า นี่คือความรัก

แด่เธอ ผู้หญิงที่ฉัน เลือก...ที่จะมอง เข้าใจ และสัมผัส

น่าเบื่อ

posted on 06 Nov 2009 23:08 by silent-whispers

ฉันคือ คนน่าเบื่อ
มีความสามารถในการทำตัวน่าเบื่อ
มีกิจวัตรซ้ำ ๆ ทุก ๆ วันอย่างน่าเบื่อ
เพราะฉันคือ คนน่าเบื่อ

คนที่อาจจะกินอาหารซ้ำ ๆ
เพราะว่าไม่ได้สนใจว่ามันซ้ำ
คนที่อยู่แต่ห้อง
เพราะว่าไม่ได้รู้ว่าอยู่แต่ห้อง
คนที่ชอบถามย้ำ ๆ
เพราะว่าไม่รู้ตัวว่ากำลังย้ำ
โดยเฉพาะถามว่า
"เบื่อฉันหรือเปล่า"
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าน่าเบื่อ
และคำถามนั้นยิ่งน่าเบื่อ
น่าเบื่อ น่าเบื่อ และน่าเบื่อ

ครั้นจะวางแผน
ทำเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ
แต่ก็ยังถาม ๆ ๆ
เพื่อจะได้ทำอะไรที่ไม่เหมือนเดิม
น่าหัวเราะเยาะ
เพราะน่าเบื่อตั้งแต่ตอนถามย้ำ ๆ แล้ว
น่าสมเพชเข้าไปอีก
ที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร
รู้อีกที คือตอนที่เธอว่า
"น่าเบื่อ" อีกแล้ว
และ "น่าเบื่อ" อีกครั้ง

...เหงา

posted on 02 Nov 2009 21:21 by silent-whispers

2 พฤศจิกายน
ท้องฟ้าเมืองนี้สวยเหลือเกิน
ดวงดาวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ล่องลอยระยิบระยับ
ร่าเริงระบำระบายท้องฟ้า

ส่วนที่เรียกว่าหัวใจ
โหยหาสิ่งที่เรียกว่าไออุ่น
แสงสีส้มบนท้องฟ้าไม่อาจทำให้
สิ่งที่เรียกว่าหัวใจ
ผลิอารมณ์อันอิ่มเอมอบอุ่นได้

ฉันจึงให้สิ่งที่เรียกว่าสมอง
หยุดทำงานสักพัก
เอาหัวใจสัมผัสกับความอ่อนไหว
สั่นระริกรวดร้าวกับความเหงา
เพื่อดูให้ชัดว่า มันเป็นอย่างไร

ในภาวะอารมณ์เช่นนี้
ฉันอยากคุยกับบางคน
ฉันเรียกหาผู้หญิงสองคนสำคัญ
คนหนึ่งทำให้ฉันมีชีวิต
คนหนึ่งทำให้ชีวิตฉัน...มีชีวิต

น่าเสียดายที่เธอทั้งสอง
มีเวลาให้ฉันได้ดื่มด่ำ
ความคิดถึงต่อเธอ
ได้เพียงเวลาชั่วครู่
กระแสการสนทนาก็ต้องตัดไป

สิ่งที่เรียกว่าหัวใจของฉัน
สัมผัสความเหงาอันร้าวรานอีกครั้ง
เพราะภายใต้ท้องฟ้าเมืองนี้
ผู้คนมากเท่าใดกันที่กำลังเริงร่ากับแสงสีเสียง
ในขณะที่ฉันยืนกอดตัวเอง

ณ เศษซากของวินาทีนั้น
เป็นอีกครั้งที่ฉันต้องตัดรอน
การทำงานเชิงอารมณ์ของหัวใจ
ปล่อยชีวิตตกอยู่ภายใต้ตรรกะของสมอง
แช่แข็งหัวใจเพื่อไม่ให้รับรู้อารมณ์

ณ ธุลีอันทุเรศทุรังของอีกวินาที
ฉันพบหุ่นยนต์แห่งตรรกะ
อยู่ในห้องของฉัน
ทำกิจวัตรที่ต้องทำ
ราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่มิเคยเกิดขึ้น

ทำสิ่งนี้เพราะต้องเป็นอย่างนั้น
ทำสิ่งนั้นเพราะต้องเป็นอย่างนี้
มีเหตุมีผล ไม่เหตุผล ไม่มีอารมณ์
และแล้วก็เป็นอีกครั้ง
ที่ชีวิตฉันต้องใช้เหตุผลของสมอง
ไม่ใช่อารมณ์ของหัวใจ
เพื่อให้ชีวิตฉันผ่านคืนนี้ไป
อย่างไม่ต้องมีน้ำตา

ฉันนี่มัน...

posted on 15 Oct 2009 08:43 by silent-whispers

เมื่อคืนฉันใช้เวลาทั้งคืน
ครุ่นคิดในสิ่งที่เธอพูด
เธอว่าฉันน่าเบื่อ
ฉันพูดมากเกินไป
และเธอต้องการกระทำ
ไม่ใช่คำพูด

ฉันใช้เวลาคิดทั้งคืน
ยังไงนะ ตรงไหนนะ
ที่ฉันทำไม่ดี ไม่ครบ
อย่างที่ปากของฉันมันพูดไว้

ในที่สุดตอนเช้าฉันก็ได้คำตอบ
7.29 น. ที่เธอโทรมาปลุกฉัน
ทั้ง ๆ ที่ฉันควรจะปลุกเธอตั้งแต่ 6.00
อยากจะหัวเราะใส่หน้าตัวเอง

นี่ไงล่ะ นี่ไง
คำตอบที่ฉันคิดทั้งคืน
ฉันรักษาคำพูดไม่ได้
นี่ไงอยู่นี่เอง

สรุป...ฉันพูดมากไป
และการกระทำของฉันมันน้อยไป
จริง ๆ ด้วย
ฉันนี่มัน...

สิ่งที่ฉันไม่อาจมอบให้

posted on 09 Oct 2009 01:59 by silent-whispers

มีบางสิ่งที่ฉันไม่อาจมอบให้เธอ
แม้ว่ารักหรือเอาใจใส่แค่ไหน
ดูแลแค่ไหน ใกล้ชิดแค่ไหน
ฉันก็ไม่อาจมอบให้เธอ

ฉันไม่อาจมอบความไว้ใจ
ความเชื่อมั่น ความพอใจ
ให้เข้าไปสู่ใจเธอ
เพราะว่าเธอต้องรู้สึกเอง

ฉันไม่อาจมอบความภูมิใจ
ที่มีฉันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ
ภูมิใจพอที่จะบอกใครใครว่า
ฉันเป็นใครในชีวิตเธอ
เพราะว่าเธอต้องภูมิใจเอง

ฉันไม่อาจมอบ
ใบหน้าอันงดงาม
รูปร่าง รูปลักษณ์ที่สวยงามของฉัน
เพื่อให้เธอภูมิใจ
เพราะว่าฉันไม่ได้มีมัน

ถ้าเธอจะไว้ใจ
เชื่อมั่น พอใจ
ภูมิใจที่มีฉัน....

ฉัน...ซึ่งปราศจากความงาม
ปราศจากรูปร่าง รูปลักษณ์
อันสมควรแก่ความปรารถนา

เมื่อตาเธอมองฉัน
หูเธอได้ยินเสียงฉัน
ฉันจะยังเป็นฉัน
ที่พยายามจะทำให้ดีที่สุด
แต่ท้ายที่สุด
ความรู้สึกส่วนที่เธอให้มา
จะดีหรือร้าย
พอใจหรือเศร้าใจ
ภูมิใจหรืออับอาย
ที่วันนี้เธอมีฉัน
ในส่วนนั้น
เธอต้องรู้สึกเอง